วันพุธที่ 25 พฤศจิกายน พ.ศ. 2558

Les  Fleures  du  Mal
http://pierresel.typepad.fr/.a/6a015433b54391970c017c3205f6c0970b-320wi




ประวัติผู้แต่ง
Étienne Carjat, Portrait of Charles Baudelaire, circa 1862.jpg
Charles Pierre Baudelaire
Born   :           Charles Pierre Baudelaire
                        April 9, 1821Paris, France
Died  :             August 31, 1867 (aged 46)
 Paris, France
       Occupation  :     Poet, art critic                
                             Nationality :     French                          
        Period    :        1844–1866

       เกิด :       9 เมษายน 1821, ปารีส ฝรั่งเศส
      เสียชีวิต :  31 สิงหาคม 1867 (46 ปี) , ปารีส ฝรั่งเศส
      อาชีพ : นักประพันธ์,นักวิจารณ์ศิลปะ
      สัญชาติ : ฝรั่งเศส
     ระยะเวลา : 1844–1866

แหล่งที่มา : https://en.wikipedia.org/wiki/Charles_Baudelaire. 2 กันยายน 2558
ศตวรรษที่ 19 คือยุคทองของการเขียนประวัติศาสตร์
         การเขียนประวัติศาสตร์ในศตวรรษที่ 19 เป็นผลมาจากอิทธิพลของเหตุการณ์ปฏิวัติใหญ่ ๆ ด้วยกันเช่น
          การปฏิวัติฝรั่งเศสในปี ค.ศ. 1789 สงผลให้ประชาชนขึ้นปกครองแทนกษัตริย์ แต่หลังจากที่ นโปเลียนสถาปนาตนขึ้นเป็นกษัตริย์ฝรั่งเศส แล้วขยายอำนาจไปทั่วยุโรป ทำให้เกิความรู้สึกชาตินิยมในบรรดาชาติที่กดขี่
            การปฏิวัติในปี ค.ศ. 1820, 1830 และ 1848 ในยุโรป ในอังกฤษมีขบวนการปฏิรูปการปกครองในศตวรรษที่ 1830 ในปลายศตวรรษที่ 19 มีการรวมประเทศเยอรมนีและอิตาลี
           การปฏิวัติอุตสาหกรรมในอังกฤษช่วงกลางศตวรรษที่ 18 ถึง ต้นศตวรรษที่ 19 แล้วได้ขยายไปทั่วยุโรปก่อให้เกิดความขัดแย้งทางสังคม ชนชั้นกลางแสวงหาอำนาจทางการเมืองต่อสู้กับฝ่ายอนุรักษ์นิยม
          การปฏิวัติวัฒนธรรม วิทยาศาสตร์กลายเป็นวิชาเด่นที่สุดมีผลต่อวิชาอื่น ๆ โดยเฉพาะทฤษฎีวิวัฒนาการของชีววิทยา ทำให้เกิดความคิดทฤษฎีการกำเนิดของชาติพันธุ์
           การปฏิวัติต่าง ๆ ที่ได้กล่าวมาส่งผลให้ชาติต่าง ๆ ตื่นตัวหันมาศึกษาประวัติศาสตร์ของตนเอง เพื่อเน้นเอกภาพของคนในประเทศให้มีประวัติศาสตร์ร่วมกัน ประวัติศาสตร์มีบทบาททางสังคมมากขึ้น เกิดนักอนุรักษ์นิยม นักเสรีนิยม นักธรรมชาตินิยม ใช้เหตุการณ์ทางประวัติศาสตร์เป็นโฆษณาชวนเชื่อในทางการเมือง อีกทั้งยังเพื่อความเข้าใจความจริงในปัจจุบัน
ในคริสตวรรษที่ 19 จึงกล่าวได้ว่าเป็นยุคทองของการเขียนประวัติศาสตร์เพราะ
1.            ประวัติศาสตร์กลายเป็นวิชาอิสระและเป็นวิชาชีพ ซึ่งแต่เดิมประวัติศาสตร์สอดแทรกอยู่ในสาขาวิชาอื่น ๆ เช่น ประวัติศาสตร์กฎหมาย ประวัติศาสตร์ศาสนา ปรัชญา
2.            มีการก่อตั้งสถาบันประวัติศาสตร์เพื่อทำการศึกษา การเรียนการสอนประวัติศาสตร์อย่างจริงจังทั่วยุโรปและสถาบันอิสระศูนย์กลางศึกษาประวัติศาสตร์มากมาย
3.            มีนักประวัติศาสตร์เด่น ๆ มากมาย เช่น ที่อังกฤษมี แมคคอเล่ย์  ที่ฝรั่งเศสมี ออกุสต์ กองต์ และ โบดแลร์
แหล่งที่มา : https://www.gotoknow.org/posts/309085 . 25 กันยายน 2558
ผลงานสร้างสรรค์ทางวรรณศิลป์ของโบดแลร์
ผลงานสร้างสรรค์ทางวรรณศิลป์ของโบดแลร์นั้นได้มาจากการตกผลึกประสบการณ์-ชีวิต  พรสวรรค์เชิงกวี  และโดยเฉพาะอย่างยิ่ง   จากการพัฒนาปรับประยุกต์แนวคิดและกลวิธีการสร้างสรรค์ของศิลปินอื่นที่เขาได้ให้ความสนใจศึกษาอย่างจริงจังในระหว่างที่เขียนบทวิจารณ์งานศิลปะ  โดยเฉพาะในการวิจารณ์ผลงานของเดอลาครัวซ์โพ และ วากเนอร์
            อันที่จริงโบดแลร์มีศักยภาพด้านกวีศิลป์มาแล้วตั้งแต่วัยเยาว์ แต่ในระยะแรกเขายังไม่กล้าเผยแพร่ผลงานสร้างสรรค์ของเขาเองออกมา  ในช่วงก่อนปี 1851 โบดแลร์ได้แต่นำบทกวีแนวแปลกใหม่ท้าทายที่เขาเขียนไว้มาอ่านให้เพื่อนสนิทฟังเท่านั้น  ในปี 1855 มีบทกวี 18 บทในชุด “ Les Fleurs du Mal” ลงพิมพ์เผยแพร่ในวารสาร Revue des Deux Mondes กว่าจะมีการพิมพ์กวีนิพนธ์เป็นเล่มจริงๆได้ก็ต้องคอยอีก 2 ปีที่ใช้ชื่อว่า  Les Fleurs du Mal (ดอกไม้แห่งความชั่ว)
            กล่าวได้ว่าโบดแลร์ใช้เวลานานมากกว่า 10 ปี เพื่อเตรียมตัวเตรียมใจเขียน และขัดเกลากวีนิพนธ์ของเขาก่อนจะตัดสินใจจัดพิมพ์เป็นเล่ม ทั้งนี้เพราะเขาถือว่ากวีนิพนธ์เล่มนี้มีความหมายต่อชีวิตเขายิ่งนัก อย่างไรก็ตามเมื่อดอกไม้แห่งความชั่ว เผยแพร่สู่สาธารณะชนนั้นผู้อ่านส่วนใหญ่กลับไม่เข้าใจกวีทัศน์และสาระของกวีนิพนธ์เล่มนี้  ซ้ำยังมีผู้กล่าวหาว่าละเมิดศีลธรรมจรรยาอันดีงามของประชาชน  จนถึงขั้นมีการฟ้องร้องต่อศาล  และถูกบังคับให้ถอนโคลงต้องห้ามออกไปถึง 4 บท คดีอื้อฉาวนี้ทำให้โบดแลร์ขืนข่มระทมทุกข์มาก เมื่อตั้งสติทำใจได้  จึงเริ่มหาทางใหม่ด้วยการเขียนบทกวีร้อยแก้วขนาดสั้น โดยใช้ภาษาร่วมสมัยเข้าใจง่ายควบคู่กับการปรับปรุงกวีร้อยกรองเพื่อเตรียมพิมพ์ดอกไม้แห่งความชั่วครั่งที่สอง  บทกวีร้อยแก้วที่เริ่มเขียนตั้งแต่ปี 1855 นี้โบดแลร์คิดจะรวมพิมพ์เป็นเล่มด้วย  แต่ถึงแก่กรรมเสียก่อน ซึ่งต่อมามีการรวมพิมพ์เป็นเล่มในปี 1868  ในชื่อว่า Petits Poèmes en Prose (บทกวีร้อยแก้วขนาดสั้น) หรือ Le Spleen de Paris (ทุกข์ระทมในปารีส) เป็นที่ทราบกันดีว่า โบดแลร์ประพันธ์กวีนิพนธ์ทั้งที่เป็นร้อยกรองและร้อยแก้วอย่างทุ่มเท คั้นทุกอย่างออกมาจากความปรารถนาส่วนลึก กล่าวง่ายๆว่า เขาเขียนเพราะอยากเขียน หลอมรวมพลังความรู้สึกนึกคิดและจินตนาการเข้าด้วยกันและขัดเกลาอย่างประณีตด้วยฝีมือชั่งทางภาษา ไม่ได้เขียนเพื่อยังชีพอย่างเวลาเขียนบทวิจารณ์ศิลปะและเมื่อรวมพิมพ์เผยแพร่ก็หวังว่าจะมีคนเข้าใจและยอมรับความรู้สึกนึกคิดละฝีมือของเขาตามสมควรแต่แล้วก็ต้องผิดหวังกับคนร่วมสมัยเป็นอย่างมาก
                การศึกษาวิเคราะห์งานสร้างสรรค์ทางวรรณศิลป์ของโบดแลร์ในบทนี้ จะแบ่งออกเป็น 2 หัวข้อใหญ่ คือ การศึกษาวิเคราะห์ Les Fleurs du Mal (ดอกไม้แห่งความชั่ว) และ Le Spleen de Paris (ทุกข์ระทมในปารีส) โดยจะให้ความสำคัญต่อเล่มแรกมากเป็นพิเศษ เพราะเป็นผลงานชิ้นเอกของโบดแลร์ และเป็นผลงานที่บุกเบิกในแนวทางใหม่ๆ ให้แก่กวีนิพนธ์สมัยใหม่ ทั้งของฝรั่งเศสและของตะวันตกโดยรวม สมควรจะได้รับการวิเคราะห์อย่างลุ่มลึกหลากหลาย สำหรับเล่มหลังคือ ทุกข์ระทมในปารีส ซึ่งเปรียบเสมือน คู่เทียบเทียม ของเล่มแรก จะเน้นเฉพาะบางบทที่แสดงลักษณะร่วม และต่างจากดอกไม้แห่งความชั่ว และจะชี้ให้เห็นความเป็นสมัยใหม่ของบทกวีร้อยแก้วชุดนี้เท่านั้น ทั้งนี้ จะมีการแยกบทกวีร้อยกรองและร้อยแก้วที่แสดงถึงสัมพันธภาพระหว่างทัศนศิลป์ คีตศิลป์ กับวรรณศิลป์




การศึกษาวิเคราะห์ Les Fleurs du Mal (ดอกไม้แห่งความชั่ว)
ชื่อหนังสือกวีนิพนธ์เล่มสำคัญ เขาได้เสนอชื่อเรื่องเอาไว้ 3 ชื่อ ชื่อเรื่องแรกคือ “Les Lesbiennes”  ซึ่งหมายถึงสตรีที่รักเพศเดียวกันนั้น คงจะเป็นชื่อที่เขาเห็นว่าแรงแสลงหู  ความหมายของชื่อที่ 2 คือ “Les Limbes” แดนพักร้อน สำหรับชื่อที่เลือกใช้ที่ดีที่สุด คือ “Les Fleurs du Mal” นั้น โบดแลร์ไม่ได้คิดขึ้นเองเพื่อนของเขาซึ่งเป็นนักหนังสือพิมพ์ชื่อ อิปโปลิต บาบู (Hippolyte Babou) เป็นผู้เสนอและโบดแลร์ก็ชอบใจเป็นอย่างยิ่ง และตกลงเลือกชื่อนี้เป็นชื่อหนังสือกวีนิพนธ์ของเขา
            การศึกษาวิเคราะห์ ดอกไม้แห่งความชั่ว ในบทนี้จะแบ่งเป็น 4 ประเด็น คือ โครงสร้างโดยรวมของหนังสือ  เนื้อหาสาระ  ฉันทลักษณ์  และโวหาร
            1. โครงสร้างโดยรวมของดอกไม้แห่งความชั่ว
ดอกไม้แห่งความชั่ว ฉบับพิมพ์ครั้งแรก (ออกวางจำหน่าย 12 มิถุนายน ค.ศ.1857)ประกอบด้วยบทกวี 100 บท แบ่งเป็นเนื้อความ 5 ตอน คือ Spleen et Idéal (ห้วงทุกข์กับอุดมคติ)  Fleurs du Mal (ดอกไม้แห่งความชั่ว)  Révolte (การขบทต่อพระเจ้า)  Le vin (เมรัย) และ La Mort (ความตาย) โดยเพิ่มตอนที่ชื่อ Tableaux parisiens (ฉากชีวิตในปารีส) ดังรายละเอียดตามผังต่อไปนี้

จำนวนบท
ตอน (Section)
พิมพ์ครั้งที่ 1
(1857)
พิมพ์ครั้งที่ 2
(1861)
พิมพ์ครั้งที่ 3
(1868)
Spleen et Idéal (ห้วงทุกข์กับอุดมคติ) 
Tableaux parisiens (ฉากชีวิตในปารีส)
Le vin (เมรัย)
Fleurs du Mal (ดอกไม้แห่งความชั่ว)
Révolte (การขบทต่อพระเจ้า) 
La Mort (ความตาย)
77
0
5
12
3
3
85
18
5
9
3
6
107
20
5
10
3
6

100
126
151
สาเหตุหนึ่งที่ทำให้ผู้อ่านไม่เข้าใจดอกไม้แห่งความชั่วและจับสารสาระและกวีทัศน์ของโบดแลร์ได้ยากมากนั้นอาจเป็นเพราะโบดแลร์ไม่ยอมอธิบายงานของเขาเอง  ที่สำคัญคือ ก่อนที่จะถึงแก่กรรม 1 ปีโบดแลร์ได้กล่าวถึงดอกไม้แห่งความชั่วอันเป็นหนังสือสำคัญในชีวิตของเขาไว้อย่างเปิดใจในจดหมายที่เขียนถึงทนายอองแซล  ซึ่งสนิทกับเขามาก ว่า ในหนังสือแสนโหดเล่มนี้ผมได้ใส่ความคิด  หัวใจ  ความเกลียด  ตลอกจนความเชื่อในศาสนาลงไปทั้งหมด
            ในการศึกษาวิเคราะห์ Les Fleurs du Mal หรือดอกไม้แห่งความชั่ว ในช่วงนี้ขอนำเสนอเค้าโครงรวมของหนังสือ โดยจะกล่าวถึงตอนต่างๆโดยย่อ ดังนี้
1. Speen  et  Idéal (ห้วงทุกข์กับอุดมคติ) นับว่าเป็นตอนที่ยาวที่สุดมีเนื้อหาสาระที่ประกอบด้วยโคลงที่ 1 ถึง 85 สะท้องให้เห็นแนวโน้มสองด้านที่ขัดแย้งกันหรือทวิลักษณ์ในตัวของกวี กล่าวคือ ด้านหนึ่งใฝ่ฝันหาอุดมคติ ส่วนอีกด้านหนึ่งจิตใฝ่ต่ำลงดิ่งสู่ นรก ข้องติดอยู่กับกิเลสเต็มไปด้วยความทุกข์ทรมานในชีวิตประจำวัน ซึ่งแสดงออกในรูปของความเบื่อหน่าย ชะตาอาภัพ และความทุกข์ระทม
2. Tableaux  parisiens (ฉากชีวิตในปารีส) ประกอบด้วยบทกวี 18 บท กวีทางลืมทุกข์พยายามที่จะไม่หมกมุ่นอยู่กับตัวเอง หันไปพิจารณาสิ่งแวดล้อมภายนอก สังเกตชีวิตผู้คนที่อาศัยในเมืองใหญ่ (ปารีส) แต่สุดท้ายก็ต้องกลับมาทุกข์ระทมเหมือนเคย เพราะพบสิ่งสะกิดใจความหม่นหมองมาครอบงำ
3. Le  vin (เมรัย) ประกอบด้วยบทกวี 3 บท กวียกย่องคุณค่าของเมรัยในแง่ที่เป็น สวรรค์จำแลง เป็นสิ่งประโลมใจคนยาก  ทำให้จิตใจร่าเริง  ลืมทุกข์  เกิดความคิดสร้างสรรค์  ปลดปล่อยสัญชาติเถื่อนในตัวตน เสริมความหวังและความมั่นใจในตนเอง  แต่ในที่สุดก็พบว่าเมรัยไม่ใช่ทางที่จะขจัดความทุกข์ได้อย่างแท้จริง
4. Fleurs du Mal (ดอกไม้แห่งความชั่ว)  ประกอบด้วยบทกวี 9 บท กวีปล่อยตนไปตามอำนาจใฝ่ต่ำ  ยอมให้ซาตานชักจูงไป  คิดหาแต่จะฝันหาความบันเทิงจากพฤติกรรมทางเพศที่รุนแรง  โลดโผน  แต่เมื่อรู้สึกตัวว่าจมดิ่งลงไปสู่เสเพลถึงที่สุดแล้วกวีก็เริ่มหมดหวัง  เห็นว่าจะไม่มีหนทางใดที่จะช่วยให้เขาลืมทุกข์พ้นทุกข์ได้เลย แม้แต่เพศรสที่เคยชอบ กวีรู้สึกสะอิดสะเอียนตัวเอง และอ้อนวอนขอความช่วยเหลือจากพระเจ้าเป็นครั้งสุดท้าย
5. La Révolte (การขบถต่อพระเจ้า) ประกอบด้วยบทกวี 3 บท เมื่อพระเจ้าไม่รับรู้ถึงคำอ้อนวอน  กวีก็ปฏิเสธสวรรค์และพระเจ้า หันมายึดถือแบบอย่างของผู้ขบถต่อพระเจ้า  และแสดงเจตนามอบกายถวายตนเป็นสาวกของสาตานเจ้าแห่งนรกอย่างเปิดเผย
6. La  Mort (ความตาย) ประกอบด้วยบทกวี 6 บท เมื่อมอบตัวแก่ซาตานแล้วยังทุกข์อยู่  กวีก็หันมาหาความตาย โดยพิจารณาถึงผลที่ความตายจะยังให้บังเกิดแก่คน 3 จำพวก คือ คู่รัก คนยาก และโดยเฉพาะศิลปิน ซึ่งมักจะมีชื่อเสียงเมื่อตายไปแล้ว กวีหวังว่าความตายจะปลดเปลื้องความเบื่อหน่ายและความทุกข์ยากที่เรื้อรังให้สิ้นไป และเปิดโอกาสให้ได้พบสิ่งใหม่ๆ ที่ไม่มีโอกาสได้รู้จักระหว่างมีชีวิตอยู่
         2. เนื้อหาสาระในดอกไม้แห่งความชั่ว
            โลกซึ่งโบดแลร์สร้างขึ้นในรวมบทกวีของเขานั้นเป็นเสมือนอาณาจักรอันกว้างใหญ่ประกอบด้วยสรรพสิ่งอันหลากหลาย  มีตัวกวีเองเป็นที่จุดศูนย์กลาง  จากจุดศูนย์กลางนี้  กวีจะฉายภาพมหรสพแห่งชีวิต  จินตนาการ สัญลักษณ์  ผ่านโลกอันคุ้นเคยใกล้ตัว  ฝูงชนในเมืองใหญ่  หญิงหลายคนที่เขาหลงใหลพิศวาส  บางครั้งกวีก็พาเราเดินทางไกล ย้อนกลับไปสู่ชาติปางก่อน  หรือไปสัมผัสดินแดนแปลกตา แล้วพาเรากลับมาสู่แดนเมืองที่สร้างขึ้นใหม่ในความฝัน  และยามที่กวีตระหนักชัดในพลังของอำนาจในจิตตน เขาก็พาเราไปท่องจนถึงสุดขอบจักรวาลเลยทีเดียว
                ( สดชื่น  ชัยประสาธน์.ชาร์ลส์  โบดแลร์ : กวีและนักวิจารณ์ศิลปะ.พิมพ์ครั้งที่ 1.กรุงเทพฯ : มหาวิทยาลัยศิลปากรและศูนย์ความร่วมมือด้านภาษาฝรั่งเศส สถานเอกอัครราชฑูคฝรั่งเศสประจำประเทศไทย , 2543 หน้าที่ 89-95)

            3. ฉันทลักษณ์ในดอกไม้แห้งความชั่ว
            โบดแลร์จะให้ความสำคัญแก่อารมณ์ความรู้สึกจากส่วนลึกของจิตใจโดยเฉพาะจินตนาการและความฝันซึ่งเขาเรียกรวมว่าจิตวิญญาณ   เขาถือว่ากวีต้องกลั่นกรองและขัดเกลาหรือเคี่ยวอารมณ์จากภายในจนตกผลึก หรือให้เข้มข้นจนถึงขีดสุด เพื่อจะได้สร้างความประทับใจที่สมบูรณ์แบบ
                ( สดชื่น  ชัยประสาธน์.ชาร์ลส์  โบดแลร์ : กวีและนักวิจารณ์ศิลปะ.พิมพ์ครั้งที่ 1.กรุงเทพฯ : มหาวิทยาลัยศิลปากรและศูนย์ความร่วมมือด้านภาษาฝรั่งเศส สถานเอกอัครราชฑูคฝรั่งเศสประจำประเทศไทย , 2543 หน้าที่ 131)

            4. โวหารในดอกไม้แห่งความชั่ว
            โบดแลร์นั้นดูจะให้ความสำคัญแก่โวหาร  ลีลาการเขียน  หรือกวีศิลป์มาก  ทั้งนี้เพื่อให้รับกับเป้าหมายในการสร้างสรรค์กวีนิพนธ์  ที่มุ่งให้ผู้อ่านเกิดความพิศวง  หรือตกตะลึง  เพื่อกระตุ้นให้เกิดความฉุกคิด  กังวล รวมทั้งสร้างความประทับใจในความงามที่เขาคั้นออกมาจากความชั่ว  ความทุกข์  ความเจ็บปวด  โวหารของโบดแลร์จึงมีลักษณะเด่นเฉพาะตัว  มีความโลดโผน  แปลกใหม่  ท้าทาย 
                ( สดชื่น  ชัยประสาธน์.ชาร์ลส์  โบดแลร์ : กวีและนักวิจารณ์ศิลปะ.พิมพ์ครั้งที่ 1.กรุงเทพฯ : มหาวิทยาลัยศิลปากรและศูนย์ความร่วมมือด้านภาษาฝรั่งเศส สถานเอกอัครราชฑูคฝรั่งเศสประจำประเทศไทย , 2543 หน้าที่ 142)




XXXVI
LE BALCON

Mère des souvenirs, maîtresse des maîtresses,
Ô toi, tous mes plaisirs ! ô toi, tous mes devoirs !
Tu te rappelleras la beauté des caresses,
La douceur du foyer et le charme des soirs,
Mère des souvenirs, maîtresse des maîtresses !

Les soirs illuminés par l’ardeur du charbon,
Et les soirs au balcon, voilés de vapeurs roses.
Que ton sein m’était doux ! que ton cœur m’était bon !
Nous avons dit souvent d’impérissables choses
Les soirs illuminés par l’ardeur du charbon.

Que les soleils sont beaux dans les chaudes soirées !
Que l’espace est profond ! que le cœur est puissant !
En me penchant vers toi, reine des adorées,
Je croyais respirer le parfum de ton sang.
Que les soleils sont beaux dans les chaudes soirées !

La nuit s’épaississait ainsi qu’une cloison,
Et mes yeux dans le noir devinaient tes prunelles,
Et je buvais ton souffle, ô douceur ! ô poison !
Et tes pieds s’endormaient dans mes mains fraternelles.
La nuit s’épaississait ainsi qu’une cloison.

Je sais l’art d’évoquer les minutes heureuses,
Et revis mon passé blotti dans tes genoux.
Car à quoi bon chercher tes beautés langoureuses
Ailleurs qu’en ton cher corps et qu’en ton cœur si doux ?
Je sais l’art d’évoquer les minutes heureuses !

Ces serments, ces parfums, ces baisers infinis,
Renaîtront-ils d’un gouffre interdit à nos sondes,
Comme montent au ciel les soleils rajeunis
Après s’être lavés au fond des mers profondes ?
— Ô serments ! ô parfums ! ô baisers infinis !




ระเบียงรัก
แม่ยอดชู้  นางกำเนิดผู้ให้ความทรงจำ
ผู้สร้างสุขล้ำทั้งปวงให้แก่ข้า  และผู้ที่ข้ามีหน้าที่ต้องตอบสนอง
นางคงจะจำได้ว่าการเล้าโลมนั้นแสนสุนทรีย์
ห้องหับก็สุดหฤหรรษ์และราตรีก็เล้าเสน่ห์หา
แม่ยอดชู้  นางกำเนิดผู้ให้ความทรงจำ

ในราตรีสว่างเรืองด้วยแสงถ่านเพลิงแรงโรจน์
และยามพลบค่ำที่ระเบียงสลัวรางด้วยไอหมอกสีชมพู
ทรวงนางช่างนุ่มละมุน  และใจนางช่างอุ่นเอื้อ
เราเคยพร่ำกระซิบพรรณนาถึงสารพันสิ่งไม่รู้สิ้น
ในราตรีสว่างเรืองด้วยแสงถ่านเพลิงแรงโรจน์

ตะวันช่างแสนงามทุกยามพลบที่อุ่นไอ
ห้วงหาวดูสุดจะล้ำลึก  หัวใจก็แสนจะโลดเริง
ขณะโน้มตัวเข้าหานาง  ผู้เป็นยอดบูชา
ข้ารู้สึกได้ว่าได้สูดสุคันธรรสจากโลหิตของนาง
ตะวันช่างแสนงามทุกยามพลบที่อุ่นไอ

ราตรียิ่งมืดมนเหมือนม่านกั้น
ตาข้าเฝ้าพยายามเพ่งพินิจแววตานางในอันธกาล
พลางดื่มด่ำกับลมหายใจของนาง โอ้ยอดธุรส โอ้พิษร้ายแสลง
สองเท้านางสอดแนบนิ่งอยู่ในอุ้งมือเรียม
ราตรียิ่งมืดมนเหมือนม่านกั้น
ข้ารู้เวทย์ที่ร่ายเรียกโมงยามอันแสนสุข
และหวนเห็นอดีตของข้าเองซ่อนเร้นอยู่ในอ้อมตักขอนาง
ก็จะไปแสวงหาความงามระทวยของนางได้ในที่ใด
ถ้าไม่ใช่เรือนกายสุดพิสมัย  และในเรือนใจแสน
ข้ารู้เวทย์ที่ร่ายเรียกโมงยามอันแสนสุข

ปวงถ้อยสาบาน  สรรพสุคนธ์  จุมพิตซ้ำรอยไม่รู้เรือน
หรือจะหวนคืนมาอีกหลังจากสูญลับไปในห้วงเหวอันลึกสุดหยั่ง
ดุจตะวันกลับลอยดวงเด่นฟ้าดูเอี่ยมอ่องผ่องรัศมี
หลังจากที่ได้ด่ำดิ่งลงในห้วงสมุทรอันสุดลึกมาแล้ว
โอ้ถ้อยสาบาน  โอ้สรรพสุคนธ์  โอ้จุมพิตซ้ำรอยไม่รู้ลืม



วิเคราะห์
เรื่อง le balcon (ระเบียงรัก) โบดแลร์ได้ประพันธ์ไว้ให้อยู่ในตอน Speen  et  Idéal (ห้วงทุกข์กับอุดมคติ) บทประพันธ์ของเรื่องนี้มีลักษณะเป็นบทประพันธ์ประเภทร้อยกรอง เรื่องระเบียงรักเป็นเรื่องที่แสดงถึงความรักที่อยู่นอกบ้าน แต่สามารถให้ความรู้สึกอบอุ่นได้ โบดแลร์วางโครงเรื่องและจัดวาง ฉากรัก อันงดงามในความทรงจำของกวีให้ดำเนินไปในกรอบของสถานที่และเวลาที่สื่อความหมายน่าสนใจ  ระเบียงถือได้ว่าเป็นเทศะที่เชื่อมต่อภายในบ้าน กับนอกบ้าน สามารถให้ความรู้สึกอบอุ่นมั่นคงของภายในและความเปิดโล่งอิสรเสรีของภายนอก ส่วนยามสนทยาก็เป็นช่วงเวลาเปลี่ยนผ่านจากกลางวันสู่กลางคืน  ความเป็นจุดเปลี่ยนผ่าน ทั้งด้านสถานที่และเวลานี้ แสดงนัยถึงความเคลื่อนไหวเปลี่ยนแปลง  ไม่หยุดนิ่ง และในตัวละครโบดแลร์ใช้คำสรรพนาม บุรุษที่ 2 อาจจะแสดงให้เห็นถึงเรื่องราวของบทกวีว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องที่พูดถึงใครอีกคน โบดแลร์ใช้วิธีการดำเนินเรื่องไปตามขั้นตอนที่เลียนแบบกิจกรรมพิศวาสได้อย่างแนบเนียนงดงาม  เริ่มด้วยการกล่าวคำพร่ำพรอด  ตามด้วยการเล้าโลม  จนกระทั่งบรรลุถึงจุดสุดยอดและตามด้วยการผ่อนคลาย
จากตัวบทเรื่อง Les Fleurs du Mal (le balcon) จะเห็นได้ว่าในตัวบททั้งหมดของวรรคที่ 1 กับวรรคที่ 5 จะใช้ประโยคเดียวกัน และในตัวบทมีการใช้เครื่องหมายวรรคตอนต่างๆ ทั้งเครื่องหมาอัศเจรีย์  จุลภาค มหัพภาค ปรัศนีย์ ทำให้เห็นว่าบทกวีนั้นน่าอ่านมากขึ้น และเป็นนัยให้เราอยากรู้ในวรรคที่มีเครื่องหมายปรัศนีย์ 
    จุดมุ่งหมายของเรื่องนี้โบดแลร์อาจทำให้ผู้อ่านเห็นคุณค่า 2 ด้านตรงข้ามที่กวีประเมินผู้หญิง-ดีงาม/ชั่วร้าย



Vocabulaire

            Caresse         n.f       : Attouchement tendre, affectueux ou sensual. การกอดจูบ

            Douceur        n.f       : Qualité de ce qui est doux ; agréable, sans heurts. ความอ่อนโยน

            Foyer             n.m     : Lieu où l'on fait le feu, âtre ; le feu lui-même. เตา

            Charme         n.m     : Moyen matériel ou psychique d'une action magique naturelle ou non ; influence occulte et magique, sortilege. เสน่ห์

            Ardeur          n.f       : Vivacité, fougue qui porte ou que l'on met à faire quelque chose ; impétuosité. ความปรารถนาอันแรงกล้า

            Charbon       n.m     : Maladie commune à l'homme et aux animaux, provoquée par Bacillus (ou, suivant la classification de Prévot, Bacteridium) anthracis. (On dit aussi charbon bactéridien.). ถ่าน

            Vapeur          n.f       : Gaz résultant de la vaporisation d'un liquide ou de la sublimation d'un solide. ไอน้ำ

            Sein                n.m     : Organe pair très développé situé à la partie antérieure du thorax chez la femme, et qui contient la glande mammaire. ทรวงอก

            Impérissable  adj    : Qui ne peut être détruit, qui dure très longtemps. ไม่มีวันตาย

            Penchant      adj       : Inclination naturelle, tendance instinctive vers quelque chose. การชื่นชอบ

            Respire         v          : Absorber et rejeter l'air par les voies respiratoires. หายใจ

            Fraternelle  n.f       : Qui se rapporte à des frères et à des sœurs, au lien qui les unit. เหมือนพี่เหมือนน้อง
            Langoureuse  adj    : Qui exprime la langueur, l'abandon de l'amour. อ่อนแอ

            Serment        n.m     : Affirmation solennelle de quelqu'un en vue d'attester la vérité d'un fait, la sincérité d'une promesse, l'engagement de bien remplir les devoirs de sa fonction. คำสาบาน

            Gouffre         n.m     : Cavité béante d'une grande profondeur. อ่าว

            Sonder          v          : Mesurer la profondeur d'une cavité, de la mer, etc., ou en explorer sommairement le fond au moyen d'une sonde ou d'un sondeur. การสอบสวน

            Profonde      adj       : Se dit d'un siège où l'on s'enfonce profondément et confortablement. ลึก

(ปาริชาติ ชุมสาย. พจนานุกรม ฝรั่งเศส-ไทย. พิมพ์ครั้งที่ 1.กรุงเทพฯ : ร้านเฉลิมนิจ)




แหล่งข้อมูลเพิ่มเติม
-                  http://bacdefrancais.net/fleursdumal.html
-                  https://www.youtube.com/watch?v=IVw8zLRj7Q8
-                  https://www.youtube.com/watch?v=VehsYLduZaQ
-                  https://fr.wikisource.org/wiki/Les_Fleurs_du_mal/1861





บรรณานุกรม
-                   ปาริชาติ ชุมสาย. พจนานุกรม ฝรั่งเศส-ไทย. พิมพ์ครั้งที่ 1.กรุงเทพฯ : ร้านเฉลิมนิจ
-                   สดชื่น  ชัยประสาธน์.ชาร์ลส์  โบดแลร์ : กวีและนักวิจารณ์ศิลปะ.พิมพ์ครั้งที่ 1.กรุงเทพฯ : มหาวิทยาลัยศิลปากรและศูนย์ความร่วมมือด้านภาษาฝรั่งเศส สถานเอกอัครราชฑูคฝรั่งเศสประจำประเทศไทย , 2543
-                   https://en.wikipedia.org/wiki/Charles_Baudelaire
-                   https://www.gotoknow.org/posts/309085
-                   http://www.larousse.fr/dictionnaires/francais-monolingue


 Par : Somruedee  Seekhao 56261986